2007/Jan/03

Picture of Dorian Gray

 

เงาบาป

 

 

 

การเดินทางตามหาหนุ่มน้อยแสนสวย เริ่มต้นด้วยเพลงทะลึ่งๆ

 

 

เริ่มมาจากเมื่อประมาณสองสามปีก่อนได้ เราได้ฟังเพลง H.W.C ของ Liz Phair เข้าโดยบังเอิญ เป็นเพลงที่ทะลึ่งและลามกได้ใจโคตรๆ ทีแรกคุณจะโดนหลอกด้วยทำนองหวานๆให้ตายใจ ก่อนที่จะเข้าเสียงหวานๆเพราะๆ ราวกับว่าชีจะร้องเพลงรัก แต่แล้วเนื้อหาก็มาหักคอคนฟัง ด้วยท่อนที่ว่า


 

Gimme your hot white cum
Gimme your hot white cum
Gimme your hot white cum
Gimme your hot white cum

ฟังแล้วแบบโอ๊ว แม่เจ้า เปิดเผยกว่านี้มีอีกมั้ยคะ ฮ่าๆ

แหมๆ เรียกร้องเสียขนาดนั้นไอ้หนุ่มฟังแล้วจะรู้สึกยังไงล่ะเนี่ย

แต่กระนั้นก็เถอะ ปล่อยให้แม่ ลิซ เค้าเพรียกหา อะไร ขาวๆ ร้อนๆ ไปเถอะ ที่เราติดใจมันคือท่อนนี้ต่างหาก

 

 

 

 

 

 

 

 

Face it, one of these days
Without you I'm just another Dorian Gray

เออ ขาดเธอแล้ว ทำไมฉันถึงเป็น ดอเรียน เกรย์ล่ะ ตาดอเรียนคนนี้เป็นใครกันน๊อ ด้วยความฉงนก็จับชื่อนี้ไปถามอับดุล เอ๊ย กูเกิ้ลโดยเร็วพลัน

ความว่า พ่อหนุ่มคนเนี้ยอ่ะนะ เป็นผลงานของ ออสการ์ ไวลด์ นั่นเองน่ะเคอะ เกี่ยวกับหนุ่มน้อยแสนสวยคนหนึ่งที่อธิษฐานให้รูปเหมือนของเธอ แก่แทนเธอ ส่วนเธอก็คงความเยาว์วัยไปตลอดกาลแล้วเราก็ควานหา e book มาอ่านได้ในเวลารวดเร็ว

 

แต่ทว่าเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

 

อีบุ๊คอันนั้น ได้อ่านเฉพาะหน้าแรกและหน้าสุดท้ายเท่านั้นแหละค่ะ 55

แหมก็มันเป็นปะกิดอ่ะ จะทนอ่านได้ไงไหว เลยขอต๊ะไว้ก่อน แล้วก็ลืมหนุ่มน้อยคนนี้ไปเลย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็มีชื่อพ่อหนุ่มคนนี้ลอยเข้าหูมาเรื่อยๆ เหมือนขี่จักรยานเป็นแล้วยังไงก็ไม่ลืม (เกี่ยวกันเป่าวะ) มันเหมือนว่าตาคนนี้เนี่ยร่ำร้องให้อ่านชั้นซะทีสิเธอ ทั้งจาก เรื่อง Wilde เรื่องของออสการ์ ไวลด์เอง


พี่เอียนคนสวย

กะลังถูกกินโดย ออสการ์




และต่อมาก็พ่ายให้กับ ดอเรียนตัวจริง คือคนนี้ อิๆๆ


พี่จู๊ด เป็นคนที่มีอิมเมจ เป็นดอเรียน โคตรๆ

The League of the Extraordinary gentlemen ที่มีพี่สจ๊วต เทาเซ่นต์ เล่นเป็นดอเรียน


แล้วก็ Velvet Goldmine ซึ่งได้อภินันทนาการจากคุณเพื่อนที่เลิฟ


ยกประโยคจากผลงานของ ไวลด์มาตั้งหลายช่วง และก็จากเรื่องนี้ด้วยประโยคที่ว่า

โลกเปลี่ยนไปเพราะพระเจ้าสร้างเธอด้วยงาช้างและทองคำ รอยโค้งแห่งริมฝีปากของเธอคือรอยจารึกประวัติศาสตร์ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

โหยย ฟังแล้วแบบ หยดย้อย ใครวะแม่งเขียนด๊าย (ออสการ์ ไวลด์ ไง)

ฤกษ์งามยามดีได้ไปห้องสมุดเติมความรู้กับเค้าหน่อย เลยไปได้หนังสือเล่มนี้มา เงาบาป แปลโดย อ.สนิทวงศ์

ดีใจแทบกรี๊ด ต่อจากนี้จะได้อ่านได้สะดวกแล้ว

ผลจากการอ่านไปได้ ราว 100 หน้า

 

ไหงมันน่าเบื่องี้ฟระ พูดอะไรกันไม่รู้ยืดยาวกันเป็นหน้าๆเลย จนไม่ทันใจวัยรุ่นเดี๊ยนก็ไปเปิดอ่านสปอยของอ. สนิทวงศ์เอาซะเลย ฮ่าๆ ข้อดีของหนังสือเก่าที่ไม่รู้ว่าการสปอยคนอ่านคืออะไร ก็ดีเงี้ยแหละ ตรงสารบัญยังมีเรื่องย่อๆของตอนนั้นๆให้ดูเลยว่าดอเรียน กะลังจะทำนี้ๆแล้วนะจ๊ะ แล้วก็มีเรื่องย่อตั้งแต่ต้นยันจบไว้ที่คำนำ

 

ขอบคุณอ. มากค่ะ ที่เขียนไว้เพื่อเด็กที่จะเอาไปทำรายงานเลย

 

 

 

เอาเต๊อะ ไปว่าอ. ท่านก็ไม่ได้ ท่านเป็นผู้มีพระคุณ เพราะไอ้เรื่องย่อสปอยคนอ่านเนี่ยมันทำให้รู้สึกอยากกลับมาอ่านต่อแฮะ อาจเป็นเพราะเราไม่มีความอดทนพอเองที่จะเรื่อยๆเรียงๆไปตามน้ำ พอได้ไปโดนสปอยมาถึงได้อยากรู้ว่าหนูดอเรียน เธอจะคงความสวยและเอาความงามของเธอไปใช้ยังไง

เมื่อตัวการความน่าเบื่อได้หายไป (ใบ้ให้ว่าเรื่องนี้ไม่มีนางเอก อิๆ)

เรื่องมันถึงได้สนุกสนานขึ้น จากที่อ่านค้างไว้ที่ร้อยกว่าๆ ก็วิ่งปรู๊ด อ่านจบเพียงข้ามคืน

จบแล้วก็รู้สึกว่ามันดีเหมือนกันแฮะ

ไม่ขอพูดถึงตัวหนังสือดีกว่า อยากให้อ่านกันเอง เพราะเราก็พูดถึงหนังสือไม่เก่ง ตอบได้แค่ดีไม่ดี สนุกไม่สนุก ตามประสาคนห่างหนังสือมานาน แถมเป็นคนที่อ่านหนังสือน้อยถ้าเทียบกับหลายๆคน แต่เราก็ถือว่าอ่านเยอะพอสมควรในระดับคนธรรมดา คงไปเทียบกับคนที่อ่านหนังสือ หายใจเข้าออกเป็นวรรณกรรมหรือเรียนมาโดยตรงไม่ได้ เราไปพอใจกับสื่ออื่นมากกว่าที่จะมาอ่านตัวอักษรเสียแล้ว ทั้งฟังเพลง ทั้งภาพยนตร์ มันจบได้เร็วกว่าหนังสือ อย่างถ้าเลือกได้ ถ้าเราหาหนังเรื่องนี้มาดูได้ เราก็ไม่อ่านหนังสือเหมือนกัน

แต่หนุ่มน้อยดอเรียนคนนี้ทำให้เรากลับมา 14 อีกครั้ง

(คนนี้ไม่ใช่ดอเรียน แต่ยืมรูปมาเปรียบหน่อยคิกๆๆ)

หมายความตามนั้นจริงๆ เพราะตอนช่วงอายุ 14 เป็นช่วงที่เราอ่านดะจิปาถะเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วมันก็ค่อยๆเสื่อมคลายไปตามกาลเวลา

แล้วเราก็ไปสนใจกับอะไรที่มันเร็วกว่าเร้าใจกว่า หนังสือคลาสสิคแสนอืดไม่ได้อยู่ในความรับรู้ และไม่ได้ขวนขวายเพื่อที่ได้เอามาพูดได้ว่า ชั้นเริ่ด ได้อ่านแล้วนะยะ

ไม่อ่ะ มันไม่ใช่แนว

แต่ตอนนี้ถือได้ว่าทำอะไรสำเร็จไปหนึ่งอย่าง จากอะไรหลายๆอย่างที่ทำค้างไว้

 

ดอเรียนจ้ะ ฉันสำเร็จเธอแล้วนะ

(เขียนตามปะกิดเนี่ยแหละ อ่านแล้วลามกดี)

หรืออีกนัยหนึ่ง

ดอเรียน เธอเสร็จฉันแล้ว

อิๆๆ งานนี้จบได้ด้วยโดยไม่มีอะไร ขาวๆ ร้อนๆ เพราะไอ้ขาวๆ ร้อนๆ ออสการ์ ไวลด์ คงจะได้ไปตั้งแต่ตอนแต่ง

อ๊าง ทะลึ่งจังวะเรา

รวมมิตร ดอเรียน อะราวเดอะ เวิล มาให้ชมกันก็แล้วกันค่ะ

เผื่อใครขี้เกียจอ่าน จะได้ไปหามายลชม

นี่เวอร์ชั่น 1984

http://www.ulrikeottinger.com/de/fdg.html

 

อีกอันนึง ที่ดู XXX และ YY ฮ่าๆ

 

 

 

http://www.scifilm.org/musings3/musing1150.html

 

เวอร์ชั่น ละครเวที มีพี่ รูเพิร์ท เอเวอร์เรท เล่นเป็นลอร์ด เฮนรี่ด้วยอ๊ะ อยากดูจังเลย กลิ่น Y โชย

 

http://members.aol.com/citzsite/citz/gcdorian.htm

 

เวอร์ชั่น ซีรีย์ของเมกา

http://www.americanworldpictures.com/drama.htm

 

 

เพลง ของ Liz Phair ที่ว่า ใครอยากได้เก็บไว้บอกเมล์มานะค้า

 

 

Comment

Comment:

Tweet


เคยดูเวอร์ชั่นของเมกาอันสุดท้ายอ่ะ
วายกระเจิดกระเจิง ดูแล้วสติแตกไปเลย
Dorian หล่อมาก เคะ ได้ใจ
#7 by [ S h e c k ] At 2007-01-13 00:28,
โว้ว ชอบหนังสือเรื่องนี้แล้วก็ลุง Wilde มากๆ ฮะ ผมชอบ Besil คนวาดรูปของโดเรี่ยน เหมือนกับคนที่ obsess กับอะไรบางอย่างมากเกินไปจนดูโรคจิตไปเลย
#6 by So Gallagher At 2007-01-13 00:15,
นะ...นั่น...โดเรียน เวอร์ชั่นสุดท้าย *ชี้มือไม้สั้น*

กรี๊ดดดดดด......พี่ Josh ทำไปด้ายนะเคอะ ทำไมไม่เคยเห็นเลยฟระคะ

นึกไม่ถึง...นั่นพ่อแดนนี่บอย ณ Las Vegas ที่เฝ้าดูทุกคืนวันอังคาร ทั้งๆที่ตัวเองก็มี DVD แต่ว่า พอ. ชอบแบบเถื่อนๆ ผมเกรียนๆ มากกว่า

ปล.ตอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาเอ็นทรี่เลยแฮะ ลงชื่อว่าทั้งเคยอ่าน และเคยดู แระ ไอ้สองเวอร์ชั่นข้างบนนั่น หลับมั่งตื่นมั่งแล้วแต่ช่วง ไปตามหาเวอร์ชั่นพี่ Josh มาดูดีกั่ว โฮะๆๆ

ปล.2 เรื่อง Wilde นี่ ไปหามาดูเพราะ Orli เลยนะ แต่ได้พี่จู๊ดเป็นของแถม หล่อเริ่ดจริงๆค่ะพี่ขา

สรุปว่าไม่ได้ดูเวอร์ชั่นพี่รูเพิร์ทอย่างเดียว
#5 by PorOr At 2007-01-04 00:57,
เค้าเคยอ่านภาคปะกิดแบบง่ายล่ะตัว อ่านแล้วติดเรยวางไม่ลง ไม่น่าเชื่อ!! คงเป็นเพราะมันวายโจ่งแจ้งมังคะ ไว้ใช้อ่านยามขาดแคลนฟิค สามเศร้าเคล้าน้ำตา 5555
แล้วทำไมหนังที่เอามาทำๆทุกครั้งล้วนวาย โอย ไม่ไหวๆ แต่ก็มารับไม่ค่อยได้ตรงตาซาจ๊วต(โทษนะเคอะพี่บี ความเห็นไม่ตรงกะพี่อย่างแรง *กรั่กๆๆๆ* )
#4 by jd459 At 2007-01-03 20:07,
รู้จักโดเรียน เกรย์ก็จากเดอะลีคนี่แล หุหุ
สจ๊วตหล่อมากมายค่า เอิ๊กกกก
#3 by BeeJang At 2007-01-03 18:48,
ยากไป อ่านไม่เข้าใจ
แต่ทั้ง จ๊วต จู๊ด และ โจ๊ะ นั้นช่างงามอย่างไม่มีวันแก่จริงๆ เอิ๊กกกก จ๊วตจู๊ดโจ๊ะ
#2 by พัดทอง At 2007-01-03 18:21,
ฉบับภาษาไทยเคยอ่านเมื่อน๊านนานมาแล้ว จากห้องสมุดโบราณที่มีหนังสือโบราณ ๆ (เล่มที่อ่านน่ะแทบจะต้องกลั้นหายใจเปิดกันเลยทีเดียว) ภาคภาษาอังกฤษมี แต่ใหม่ใสกิ๊งเลย (หนึ่งในนอนกอดคอลเลคชั่น)

อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนไม่คิดการไกล พลอตแบบดอเรียน เกรย์นี่ ถ้าเราเป็นคนเอามาเขียน คงจะสร้างสีสรรบรรเจิดมากมาย แต่ก็ในรูปแบบเกย์ ๆ และไม่มีข้อคิดอะไรทั้งนั้น และมันก็จะไม่ได้อยู่เป็นวรรณกรรมไร้พ่าย เหมือนที่ลุงออสการ์ ไวลด์ ทำได้ จากการพล่ามเรื่อยเจื้อยของลอร์ดเฮนรี่เป็นประถม

รู้นะว่ามันดีตรงไหน แต่ไม่สนุกเลยอะ
#1 by K9 At 2007-01-03 14:38,