ฮ่าๆๆ เนื่องจากมีรีเควสจาก มุกกี้ และ ตีส จึงเอามาลงไว้ที่นี่ด้วย
หวังว่าจะช่วยอะไรได้บ้างนะ
Love Letter
จดหมาย...จดจำ
จดหมายรัก ใครได้รับก็คงเป็นปลื้ม ยิ่งจดหมายนั้นเป็นจดหมายจากคนที่เรารักอยู่ด้วยก็ยิ่งปลื้มใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นถ้ามันมาจากคนที่เรารักที่จากไปแล้วล่ะ...นี่มันเกิดขึ้นได้จริงๆเหรอ?
ลมหนาว...เป็นช่วงเวลาที่เราคิดถึงคนรักไม่แพ้กับเวลาฝนตก อากาศหนาวคือเวลาที่เราค้นหาไออุ่น ฮิโรโกะ วาตานาเบะ หญิงสาวคนนี้ก็เช่นกัน เธอนอนจ้องไปบนท้องฟ้าท่ามกลางหิมะเย็นอยู่ใต้ร่างของเธอ เธอมองหาอะไรบนนั้น
บางทีเธออาจจะให้อิซึกิ ที่อยู่บนนั้นเอื้อมแขนลงโอบกอดเธอเพื่อให้ไออุ่นก็เป็นได้ เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าเธอคิดถึงเขาแค่ไหน
เธอเลยเขียนจดหมาย...เขียนถึงคนบนฟ้า
เรื่องราวของหญิงสาวสองคนที่เชื่อมโยงกันโดยบังเอิญ เพราะชายคนเดียวกัน อิซึกิ ฟูจิอิ คือชื่อต้นเหตุ ชื่อของอิซึกิฝ่ายหญิงเหมือนกับอิซึกิฝ่ายชาย ที่เป็นคู่หมั้นของฮิโรโกะ และกลายเป็นฝ่ายฉงนฉงาย เมื่อได้รับจดหมายปริศนาจากผู้หญิงที่เธอไม่เคยรู้จัก
และเรื่องราวและความรักและความทรงจำที่แสนหวาน ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
การเขียนจดหมาย ไม่ว่าอย่างไรก็มีเสน่ห์อยู่เสมอ แม้ว่าตอนนี้เราจะติดต่อกันได้แสนสะดวกสบายแค่ปลายเมาส์คลิกแค่ไหน เขียนอีเมล์ไปใยเลยจะสู้การเขียนจดหมาย ใส่ซองติดแสตมป์ หนำซ้ำยังต้องไปสองจิตสองใจจะส่งดีหรือไม่ แล้วยังต้องลุ้นอีกอีกว่า จดหมายจะส่งถึงผู้รับหรือเปล่า
จดหมายเป็นการสร้างระยะห่างระหว่างกันเงียบๆ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความผูกพันขึ้นเงียบๆ โดยมีการเฝ้ารอคอย เป็นตัวแปรสำคัญ
จดหมายถึงช้ากว่า แต่ก็มีอายุที่นานกว่า เราเก็บจดหมายได้เป็นปีๆแม้ว่าข้อความจะเลือนลางจนกลายสภาพเหมือนเศษกระดาษ และในขณะเดียวกันก็กำจัดมันได้ช้ากว่า อย่างน้อยการปาทิ้งลงถังขยะ หรือเผามันก็ต้องใช้เวลานานกว่าคลิกปุ่ม Delete
เรื่องราวที่เล่าเรื่องได้อย่างกลมกล่อมของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ผู้ชมเสียน้ำตาได้ไม่ยาก แต่มันไม่ใช่หนังที่ฟูมฟาย เราเห็นตัวละครร้องไห้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ผู้ชมนี่สิไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย แต่ก็เอาตัวไปเกี่ยวจนร้องไห้มากกว่าตัวละครเสียอีก
สายลมหนาว มีผลพอๆกับฝนตกดังที่กล่าวไป มันทำให้เราป่วยได้ แล้วเวลาที่เราป่วย เราจะต้องการอะไรอีกล่ะ...
หญิงทั้งสองต่างก็ป่วยเช่นกัน ฮิโรโกะ ป่วยด้วยความรัก แต่ อิซึกิฝ่ายหญิงป่วยด้านสุขภาพ แต่ทั้งสองคนหายได้ด้วยยาดี ...ความรัก
การก้าวเข้ามาของอีกฝ่าย ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รู้จักตัวเองและความทรงจำเก่าๆ อิซึกิทั้งสองมีชื่อและนามสกุลเหมือนกันคงจะไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ และการที่หญิงทั้งสองหน้าตาเหมือนกันก็คงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ในเมื่อคนหนึ่ง เป็นดังเหมือนรักแรก ส่วนอีกคน เป็นรักสุดท้าย
เนื้อเรื่องแบ่งเทไปให้หญิงทั้งสอง ได้อย่างมีน้ำหนักเท่ากัน จนเราเองก็ไม่อาจแบ่งเชียร์ได้ว่าคนไหนคือนางเอก
ฮิโรโกะหญิงสาวผู้อ่อนไหว เธอบรรจงเขียนจดหมายของเธอด้วยมือ ต่างกับอิซึกิที่นิยมพิมพ์มากกว่า แค่นี้ก็พอจะบอกอะไรได้บางอย่าง การเขียน มีเสน่ห์มากกว่าพิมพ์เพราะทำให้เรารู้จักตัวตนของเขา แต่การพิมพ์ก็ได้เปรียบที่เราอ่านได้ง่ายกว่า ทั้งสองคนไม่เหมือนกันเลย แล้วคนไหนคือคนที่เขารักมากกว่า เขาไม่เคยบอกรักกับอิซึกิโดยตรง และไม่เคยขอแต่งงานฮิโรโกะตรงๆเช่นกัน
เพราะว่าเขาขี้อาย หรือว่าเขาชั่งใจ
อย่างไรก็ตามคนที่ได้เปรียบที่สุดก็คงไม่พ้นนายอิซึกิ ตัวต้นเหตุ ที่ก่อเรื่องไว้ แล้วเจ้าตัวก็จากไปซะนี่
เขารักฮิโรโกะ เพราะหน้าตาเหมือนอิซึกิหรือเปล่า เจ้าตัวคนเดียวที่รู้ และก็ควรจะปล่อยให้เขารู้เพียงคนเดียวดีกว่าที่จะมาทำร้ายจิตใจตัวเอง เหมือนที่ฮิโรโกะ ตัดสินใจไม่บอกเรื่องที่อิซึกิตายแล้วให้อิซึกิหญิงฟัง
เรื่องบางเรื่องไม่สมควรรู้เสียยังดีกว่า นี่คือเหตุที่ฮิโรโกะโกรธ อากิบะ คนรักใหม่อย่างไม่เป็นทางการของเธอ โทษฐานที่ทำลายความสุขเล็กๆจากการคิดว่าอิซึกิคนรักเขียนตอบกลับมาจริงๆ ด้วยการเปิดโปงว่าคนที่เขียนมานั้นเป็นคนละคน
อากิบะ เกือบจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้น แต่เพราะเขาเองก็รักฮิโรโกะเหมือนกันเขาจึงยอมแพ้คนตายไม่ได้ และสิ่งที่เขาทำก็ดูเหมือนจะถูกต้องเสียด้วย
เมื่อความรักจากความทรงจำถูกเปิดเผยขึ้นทีละนิด อิซึกิฝ่ายหญิงกลายเป็นฝ่ายที่ถูกรักอย่างไม่รู้ตัว และฮิโรโกะก็เป็นฝ่ายที่ตัดใจได้อย่างเงียบๆ
เพียงอักษรแค่ไม่กี่ตัว ก็ทำให้คนบางคนมีประสบการณ์ที่ทั้ง น่าขำ น่าอับอาย และ น่าจดจำ
จดหมายที่เขียนมาแค่ว่า เป็นอย่างไรบ้าง ฉันสบายดี ประโยคสั้นๆ หากพูดกันตามตรงก็ไม่ต่างกับคำทักทายธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องตอบ แต่สำหรับฮิโรโกะ มันเป็นคำถามที่เธออยากพูดกับคนรักของเธอที่จากไปมากที่สุด
ไม่ใช่ ฉันรักเธอเสมอ ฉันคิดถึงเธอ แต่ถามถึงความเป็นอยู่ของเขา
เพราะบางที เธออาจจะอยากถามแค่ให้มั่นใจ ว่าเขาสบายดี เธอจะได้หมดห่วง และเริ่มต้นใหม่ได้เสียทีก็เป็นได้
เสียงสะท้อนจากหุบเขาที่อิซึกิได้จบชีวิตลง สะท้อนเสียงของฮิโรโกะกลับมาว่า สบายดี แม้ว่าจะเป็นเสียงของเธอเอง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เธออยากได้ยิน เธอสบายดีแล้ว และเขาก็สบายดีเหมือนกัน
อิซึกิจัง ได้พบว่าชื่อที่ อิซึกิคุง เขียนนั้น ในบัตรยืมหนังสือหลายต่อหลายเล่มนั้น ไม่ใช่ชื่อของเขา ก็ต่อเมื่อหลายปีผ่านพ้นมาแล้ว ตำแหน่งที่หนึ่งที่เขียนชื่อของเธอ หมายความว่าเธอเป็นที่หนึ่งของเขา และชัดเจนที่สุดเมื่อเขาวาดรูปเธอลงหนังสือเล่มสุดท้ายที่เขามอบให้เธอไปคืน
ใครเจออย่างนี้ก็อดอมยิ้มอย่างเขินอายไม่ได้ แต่เส้นทางชีวิตของเขาและเธอก็แยกจากกันจากตรงนี้ วันที่อิซึกิหายไปจากชีวิตของเธอพร้อมกับแจกันดอกไม้ไว้อาลัยที่เธอทุ่มแตกเพราะความโกรธ ในวันที่พบว่าเขาได้ย้ายโรงเรียนไปแล้ว
ตอนนี้เธอจะรักเขาหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆความทรงจำเกี่ยวกับเขาทำให้เธอตกหลุมรัก
แม้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในชีวิตของพวกเธออีกต่อไปแล้ว แต่เขาจะอยู่ในความทรงจำของพวกเธอตลอดไป พวกเธอจะจำเขานานแค่ไหน จะค่อยๆลืมเลือนไปเหมือนหมึกที่จางไปบนกระดาษหรือเปล่า แต่มันก็ไม่สำคัญเท่าที่พวกเธอจะจดจำเขานานแค่ไหน แต่จดจำเขาแบบไหนต่างหาก
จดจำสิ่งที่จากพราก คือคำพูดสุดท้ายของอิซึกิแด่หญิงคนรักของเขาทั้งสอง ที่บรรจงเขียนลงในจดหมายรักที่มองไม่เห็น ที่เรียกว่า... ความทรงจำ 
