ไม่อยากจะเซด ว่าเมื่อวานเป็นวันสุด “เส็งเคร็ง” ที่สุดวันหนึ่งของดิฉันค่ะ ใครใคร่สนว่าอิชั้นมีเรื่องเหี้ยยังไง ก็ขอเชิญล้อมวงกันเข้ามาได้ค่ะ เพราะวันนี้ดิชั้นจะขอสวมวิญญาณกอสซิบเกิล ณ บางกอก เม้าท์วงการขาอ่อนรากหญ้าให้ฟังกัน
อิชั้นจับพลัดจับผลูเข้าไปสัมผัสได้ยังไงกัน อยากรู้ชิมิคะ อิชั้นจะเล่าเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ
มันเริ่มมาจากที่ว่า ห้าง “ร้อยปี” จะจัดการประกวดนางข้างกาย ของสายลับชื่อดังคนหนึ่งค่ะ เอาเป็นว่าเป็นประกวด สาวบ. ก็แล้วกันนะคะ โดยอ้างว่า สาวสวยผู้ใดที่มีความรู้(หรือคิดว่ารู้) เกี่ยวกับสายลับผู้นั้นก็ให้มาประกวดแข่งขันกันค่ะ อุ๊ว๊าว ด้วยความนึกสนุกของดิชั้นและน้องสาว ก็พากันส่งรูปและโปรไฟล์ ไปขำๆค่ะ เพราะเนื่องด้วยอิชั้นพาซื่อคิดว่ามันเป็นแข่งเหมือนแฟนพันธ์แท้ อะไรเทือกนั้น จะได้ร่วมกิจกรรมสนุกๆค่ะ แต่ที่ไหนได้ กิจกรรมจริงค่ะ “กรรม”ของกูค่ะ มิน่าหลวมตัวไปสมัครแม่งเลย เพราะแท้จริงแล้ว มันเป็นกิจกรรมประกวดสาวงาม หรือที่เรียกว่า Beauty Contest มากกว่าจะเป็นการแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับสายลับที่ว่านั่นอย่างจริงๆจังๆค่ะ
1 วันก่อนเริ่มงาน ตอนหัวค่ำ อิชั้นและน้องสาวได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดงานค่ะ ว่าให้ไปร่วมงาน ด้วยการแต่งกายสีดำ จะกระโปรงหรือกางเกงก็ได้ ผู้ที่เข้าร่วมงานทุกคนจะได้รับรางวัลเล็กๆน้อยๆ แม้ว่าจะไม่ได้รางวัลใหญ่ก็ตาม (นั่นก็คือ รางวัลที่ 1 และ รองอีก 4 คนค่ะ) จำตรงนี้ไว้นะคะ มันบอกว่า “ทุกคน” ค่ะ
ด้วยความที่ต้องทำการบ้านก่อนชิมิคะ เป็นผู้หญิงที่ดีต้องอย่าโง่ค่ะ แม้ว่าเราจะมีเวลาเตรียมตัวแค่วันเดียวก็ตาม น้องสาวอิชั้นเลยเข้าไปเสิชเกี่ยวกับการประกวดนี้ดู เพราะว่าทีแรกส่งไปเอาฮาไง ไม่คิดว่าจะได้ไปร่วมงานจริงๆ แล้วปรากฏว่าเข้าไปเจอเว็บไซต์ของโมเดลลิ่งแห่งหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยนามนะคะ พบว่าทางโมแห่งนี้ก็ได้มีสาวในสังกัดส่งเข้าประกวดสาวบ. ด้วยเช่นกัน ตายระ คู่แข่งของอิชั้นเป็นถึงสาวงามจำนวนกว่า 10 คน! แต่ถึงกระนั้นอิชั้นก็ยังไม่แคร์ค่ะ เพราะเชื่อมั่นในมันสมองว่าเรื่องสายลับผู้นั้นอิชั้นก็รู้จักดีไม่แพ้ใคร แม้ว่าทางโมแห่งนั้นจะทำการ “เตี๊ยม” กับสาวๆอย่างดีด้วยการหาข้อมูลมาให้สาวๆอ่านก็ตาม
วันประกวด อิชั้นกับน้องสาวแต่งตัวสีดำไป เมื่อไปถึงที่ลงทะเบียนพบว่ามีรายชื่อสาวกว่า 40 คน (แต่มาจริงๆน่าจะประมาณ 20 คนได้) ชื่ออิชั้นและน้องเป็นชื่อสุดท้ายและรองสุดท้าย เมื่อกวาดตาไปก็พบกับผู้ร่วมประกวดแล้วก็ถึงกับอึ้ง เนื่องจากสาวสวยทั้งหมด แต่งเดรส มาอย่างดี เซ็กซี่สวยงาม แต่อิชั้นกับน้อง กลายเป็น “ผู้เข้าประกวดจากทางบ้าน” อย่างจริงจังค่ะ เพราะเสื้อผ้าหน้าผมสู้เค้าไม่ได้เลย แบบชนิดที่เรียกได้ว่า ใครไม่เข้าพวกให้ออกมา กู 2 คนเนี่ยแหละค่ะที่จะโดนเด้งออกมาก่อน และแล้วดิชั้นก็พบหลักฐานชิ้นสำคัญในการประกวดครั้งนี้ นั่นก็คือ โปสเตอร์ของทางห้าง”ร้อยปี” รูปสาวงาม 15 คน บอกว่าเป็นผู้เข้าประกวดสาวบ. ให้ส่ง sms ร่วมเชียร์ได้
มันคืออะไรคะ มันคือการบอกให้ดิชั้นรู้แล้วค่ะ ว่า “เมิงตกรอบค่ะอีโง่!” อ้าว ดอกค่ะ แล้วโทรเรียกกูมาเป็นผู้เข้าประกวดจากทางบ้านทำไมวะคะ เนื่องด้วยสาวงามที่เห็นนั้น เกือบทั้งหมดเป็นสาวที่มาจาก โมเดลลิ่งที่ดิชั้นเห็นนั่นแหละค่ะ!! เมื่อเห็นเยี่ยงนี้แล้ว ก็ต้องไปถามกันตรงๆค่ะ ว่า นี่มันเรื่องอะไรกันคะเนี่ย น้องสาวของอิชั้นเลยไปถามกับผู้จัดงานค่ะ ว่าโปสเตอร์เนี้ยมันหมายความว่าอะไรคะ และแล้วสิ่งที่ได้กลับมานั่นก็คือการตอแหลหน้าตายค่ะ
“ น้องส่งรูปมาช้าใช่มั้ยเนี่ย พี่เลยเอารูปล็อตแรกที่เค้าส่งมาก่อนทำโปสเตอร์ไปอ่ะ เดี๋ยวจะมีการคัดใหม่”
อุ๊ยต๊ายย เอางี้เลยนะคะ ส่งก่อนได้ตำแหน่งก่อนนะคะ ตายละ ประกวดนี้ประกวดความเร็วเหรอคะอิชั้นเพิ่งรู้
“ยังไงน้องไปรอในห้องก่อนนะ เดี๋ยวจะมีเดินบนเวที”
โอเคร๊~ ! ไหนๆกูก็มาแล้วนี่นะ มันบอกเองว่าเดี๋ยวจะมีของให้อยู่แล้ว คิดในแง่ดีคือมาเอาฮาอยู่แล้ว คงได้ของเล็กๆน้อยๆ ตามมารยาทสังคมพึงให้นั่นแหละ (อันนี้ตัดสินจากการจัดงานกิจกรรมทั่วไปนะคะ) อิชั้นและน้องก็เข้าไปในห้องพักสาวๆค่ะ เมื่อก้าวเข้าไป ก็มีสาวๆมาถามบ้างว่ามาจาก โมไหนเหรอ ก็บอกไปตามตรงค่ะ ว่ามาของอิชั้นเอง สมัครมาเอง อิชั้นเพิ่งรู้สึกว่า การสมัครมาเองเนี่ย มันกลายเป็นของผิดกฎหมายก็ตอนเนี้ยแหละค่ะ กูผิดเองค่ะ ที่โดนอีป้ายโฆษณาห่าเหวนั่นหลอกเอา อิชั้นกับน้องสาวนั่งงิด กันอยู่พักนึง ก็เห็นว่ามีสาวสวยคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆค่ะ เลยชวนคุย แล้วก็พบว่า เธอเป็น “ผู้ประกวดจากทางบ้าน” เช่นเดียวกับดิชั้นค่า!!!! แต่แย่กว่าตรงที่ว่า เธอแต่งตัวมาอย่างสวยค่ะ เพราะว่าทางผู้จัดงานที่โทรไปโกหกเธอว่า เธอติดเข้ารอบ 15 คนให้แต่งตัวสวยๆมา แสดดดดดดดดดด เหี้ยมั้ยคะ เธออุตส่าห์ลงทุนไปดูหนังสายลับนั่นมา เพราะคิดแบบเดียวกับดิชั้นค่ะว่าจะต้องมีการตอบคำถามเกี่ยวกับสายลับชื่อดังคนนั้น ที่ไหนได้มาถึงก็กลายเป็นเวทีประกวดสาวสวยไปซะแล้ว เธอก็เจอเว็บไซต์โมเดลลิ่งนั่นเหมือนกัน แต่เธอก็ยังมา (เห็นมั้ยคะ สาวผู้มองโลกในแง่ดีอย่างเราๆก็ยังมีอยู่) และก็มาเจอไอ้ป้ายผู้เข้ารอบ 15 คนนั่นเช่นกันค่ะ เธอไปถามกับผู้จัดงานโดยตรงก็พบกับการตอแหลเช่นเดียวกัน แถมพอเธอจะขอกลับก่อนเลยด้วยการแสตมป์บัตรจอดรถก่อนมันก็ไม่ให้ค่ะ บอกว่าไว้เสร็จงานก่อนก็แล้วกัน เธอก็เลยต้องจำยอม ระหว่างนั้นสาวงามคนอื่นๆก็ขมักขเม้นอ่านข้อมูลเกี่ยวกับสายลับกันอย่างเปิดเผย ตอกย้ำชัดๆค่ะว่า มาจากโมจริงๆ
ก่อนเวลางานเริ่มจริง ดิชั้นทำใจไว้เรียบร้อยว่าเออไงก็มาเดินๆเอาของแล้วก็จบ เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาบรีฟค่ะว่า เดินบนเวทียังไง ส่วนคนที่ไม่ติด 15 คน ก็จะได้ของรางวัลกลับบ้านไปไม่ต้องห่วง แต่ก่อนที่งานจะเริ่ม ก็มีคนวิ่งเข้ามาว่า “น้อง (ตึ๊ด) ยางแตก มาไม่ได้ “ แล้วให้ดิชั้นกับน้องสาวเดินคู่เลยค่ะ เป็นฝาแฝดเดินด้วยกันไปเลย แล้วก็ขอชื่อดิชั้นกับน้องสาวไป ส่วนเพื่อนจากทางบ้านของดิชั้น ก็ขอเช็คชื่อลำดับการเดินของเธอก็ปรากฏว่าไม่มีชื่อค่ะ แต่นายคนนั้นก็บอกว่าจะดูให้
เมื่อถึงเวลาจริง มันก็เอาชั้นและน้องสาวไปโปรโมทใหญ่โตค่ะว่า วันนี้เรามีฝาแฝดมาประกวดด้วย และดิชั้นกับน้องสาวก็ได้ตอบคำถาม (เน้นว่าตอบทั้งคู่นะคะ) เช่นเดียวกับสาวงามคนอื่นๆ แม้ว่า คำถามของคนอื่นจะ ปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ตาม และคำถามของดิชั้นจะดูมีสาระแค่ไหนก็ตาม ดิชั้นรู้ตรงนั้นล่ะค่ะว่า แม้ว่าเมิงจะพ่นอะไรออกมาก็ไม่มีผลเพราะว่ามันมีการ “ล็อก” ตำแหน่งเอาไว้อยู่แล้ว ดิชั้นถึงกับรู้ซึ้งผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ณ เวลานั้นเลยค่ะว่า เหตุใดสาวผู้ที่ตอบคำถามได้อย่างดี กลับไม่ได้เข้ารอบ แต่สาวที่ตอบคำถามได้โหลยโท่ยกลับได้เข้ารอบแทน
เมื่อสาวๆทุกคนได้ขึ้นไปตอบคำถาม ปรากฏว่าเพื่อนผู้ประกวดจากทางบ้านของดิชั้น “ถูกลืม” ค่ะ ไม่มีการประกาศชื่อให้ขึ้นไปตอบคำถาม แกล้งลืมกันเฉยๆกลางอากาศ จนเพื่อนของดิชั้นทนไม่ไหวแล้วค่ะ เธอเลยกลับบ้านไปเลย มาทราบภายหลังว่าเธอไปโวยกับผู้จัดงานค่ะ และผู้จัดงานก็ได้แต่ตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก จนเธอบอกว่า “พี่ไม่ต้องแล้ว จะกลับเลย! “ มันก็เลยคว้าอะไรได้ก็หยิบส่งๆมาให้เธอเป็นการปลอบใจ
กลับมาที่ดิชั้น เมื่องานจบเรียบร้อย ประกาศผู้ชนะและรองทั้ง 4 และ รางวัลขวัญใจช่างภาพ ก็มีการเรียกให้ไปรับของรางวัลค่ะ ดิชั้นกับน้องสาว ได้เดินไปรับของรางวัลพร้อมกับคนอื่นค่ะ ซึ่งของรางวัลก็เล็กๆน้อยๆ อย่างที่คาดค่ะ คือ เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ 2 กล่อง ดีวีดี เสื้อยืด และ บัตรดูหนังของห้าง “ร้อยปี” แต่ไม่ทันไร ก็มีผู้จัดงานคนหนึ่งวิ่งมาบอกว่า
“น้องคะ ขอรางวัลคืนอันนึงค่ะ น้องฝาแฝดได้รางวัลเดียว” เหยยยยยยย!!!!!!!! เหี้ยมั้ยคะ!!!!!!!
ได้ข่าวว่า ฝาแฝดก็คนนะคะ คน 2 คนค่ะ ไม่ใช่คนเดียว ใครเข้าใจผิด เข้าใจตรงนี้นะคะ แม้ว่าดิชั้นกับน้องสาวจะใช้เซลล์ร่วมกันมาก่อน แต่ตอนนี้เราแยกเซลล์แบ่งตัวกันเรียบร้อยเป็นคนละคนมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วค่ะ น้องสาวของดิชั้นเลยตอกกลับไปว่า “ พี่ทำงี้ได้ไง ขึ้นไปก็ขึ้น 2 คนนะพี่ หนูสมัครมา 2 คนนะคะ อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิ”
มันเริ่มเห็นท่าไม่ดี มันก็ไปเรียกคนอื่นมา และก็ต้องพบกับคำตอบอันน่าทุเรศยิ่งกว่าเดิมค่ะ “ ทีแรกน้องไม่ติดเลยด้วยซ้ำ พี่เอาน้องขึ้นไปเดินแทน พี่นับเป็นคนเดียว”
โอโห้ววว จักเป็นพระคุณอย่างสูง เหลือคณา นับค่ามิได้เลยค่ะ กูไปกราบตีนเมิงของร้องให้ได้ขึ้นไปเดินบนเวทีเหรอคะ เมิงไม่ใช่เหรอคะ ที่ตอแหลหน้าตายบอกว่า น้องตึ๊ด ยางแตกมาไม่ได้เนี่ยล่ะค่ะ กูขอร้องซักคำเหรอคะก็เปล่า แถมยังเอาอิชั้นและน้องไปโปรโมทเสียดิบดีด้วยอีกแหนะ บุญคุณตายห่าเลยค่ะคุณขา และได้ข่าวว่าก็ยืนโทนโท่กันอยู่ 2 คนนะคะ ฝาแฝด เค้ามี 2 คนค่ะ (จะนับเป็นตัวก็ตามใจ) แต่เด็กอนุบาลยังนับได้ 2ค่ะ อีกอย่างอิชั้นและน้องก็ทำหน้าที่ 2 คนนะคะ ไม่ใช่ว่าตอบคำถามเมิงช่วยกันตอบนี่ ก็ตอบกันคนละทีเหมือนกับคนอื่นๆ ยังจะมีหน้ามาขอของรางวัลคืนอีกเหรอ
คิดดูนะคะ ขนาดของรางวัลกิ๊กก๊อกแค่นี้มันยังขอคืนค่ะ ไม่ทราบว่า ทางห้าง “ร้อยปี” ใกล้เจ๊งเหรอคะ ได้ข่าวว่าของก็มาจากสปอนเซอร์ เสียตังค์ซักแดงเหรอคะ? อ้อ หรือจะเพราะบัตรดูหนังฟรีของทางห้างคะ ที่ทำให้ต้อง “ควักเนื้อ?” ปกติดิชั้นดูหนังฟรีบ่อยๆค่ะ ไม่ทราบว่าการดูหนังเป็นอันต้องจ่ายเงินถึงขั้นล้มละลาย
น้องสาวของดิชั้นเลยตอบกลับไปว่า “ ทำอย่างนี้ได้ไงคะ อย่างงั้นพี่ก็ต้องบอกหนูก่อนสิ ไม่ใช่มาทำแบบนี้ พี่รู้ไหมคะ พี่ทำแบบนี้มีน้องคนอื่นเขากลับบ้านไปแล้ว ” จริงค่ะ Totally Agree พันเปอร์เซ็นต์ บอกกูก่อนมาก็ดีนะคะ กูจะได้ไม่ต้องถ่อมาประกวดค่ะดอว์กกก!!! แต่มันก็ยังตอบกลับมาอย่างน่าไม่อายว่า “ น้อง(เพื่อนทางบ้านของเรา) คนนั้น เขาไม่ได้รอบ 15 คนนี่” โอ้โห เอางี้เลยนะ แสดงว่าการที่เมิงเอาเราสองคนเข้าไปนี่เล่นกำลังภายในให้แล้วเพราะฉะนั้นส่งรางวัลคืนมาซะดีๆ แต่น้องสาวดิฉันก็ยังไม่ปล่อยค่ะ หน้าตามันตอนนั้นคงโหดประมาณ จีจ้าตอนทวงตังแม่
มันเห็นท่าไม่ดี ก็เลยวิ่งไปหา ซัมวันที่คาดว่าเป็นหัวหน้าค่ะ แต่ได้ข่าวว่ากริยาต่อหน้าดิชั้นเนี่ย มันทำอย่างกับว่าดิชั้นเพิ่งฆ่าพ่อมันตายค่ะ กะอีแค่ดิชั้นไม่ให้คืน ในสิ่งที่ดิชั้นสมควรได้เนี่ย ทุกอย่างจบลงที่ว่า หัวหน้าคนนั้นบอกว่า “ให้เค้าไป”
น้องสาวดิชั้น ด้วยแอคติ้งได้โล่ห์ของเธอตอบกลับไปว่า “ขอบคุณค่ะ” ด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามอย่างไม่ให้ผุดได้เกิด ซึ่งใครโดนไป ชั้นว่ามันไม่ได้ผุดได้เกิดจริงๆค่ะ หลังจากนั้นดิชั้นและน้องสาวก็ย้ายก้นออกจากสถานแห่งนั้น โดยไม่หันกลับไปมองคนเหี้ยๆ พวกนั้นอีก
ส่งท้าย
แม้ว่าสิ่งของที่มันเจียดให้มานั้น มันจะน้อยนิด แต่ดิชั้นคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดิชั้นและน้องสาวพึงได้ ถ้ามันจะเอาคืนจริงๆ เห็นทีว่าดิชั้นจะต้องพามันไปคุยที่โรงพักค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เวลามีเยอะ เพราะเสียเวลาไปกับมันมาก็มากแล้ว ของรางวัลพวกนั้น ด้วยฐานะจนๆ อย่างดิชั้นก็สามารถซื้อหามาเองได้ ไม่ตาย แต่การกระทำของผู้จัดงาน เป็นการบ่งบอกถึงสันดาน เป็นอย่างยิ่งค่ะ ว่า แม้แต่ของเล็กน้อยแค่นี้ มันยังไม่คิดที่จะให้เลย และคำอ้างของมันที่มาใช้กับดิชั้น ถือว่าฟังไม่ขึ้นค่ะ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ดีพอที่จะเอารางวัลคืนไปเลย
ดิชั้นไม่โทษโมเดลลิ่ง หรือสาวงามคนอื่นๆ ใดๆทั้งสิ้นค่ะ ความผิดทั้งหมดเป็นของผู้จัดงาน ห้าง “ร้อยปี” ที่จัดออกมาได้เวรตะไลเป็นอย่างยิ่ง การประกวดแม้ว่าจะเป็นเวทีไหนๆ คาดว่าก็เป็นเช่นนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ทว่า ผู้จัดงานเห็นแก่ตัวอยากให้คนมาร่วมงานเยอะๆ ไม่ใช่สาวจากโมอย่างเดียว ก็พึงต้องดูแลเค้าเป็นอย่างดีสิคะ ผู้ประกวดจากทางบ้าน มาด้วยใจจริงๆ ไม่ได้หวังว่าจะมาให้ถูกหลอก และปฏิบัติต่อกันอย่างไร้มารยาทเช่นนี้ ทุกคนก็มีหน้าที่ธุระปะปังที่จะต้องไป แต่เค้ายอมเสียเวลามามาเพื่อจะมาร่วมสนุกที่คุณโทรไปตามมาเอง ไม่ใช่ว่าจู่ๆก็จะมาก็มา ถ้าคุณคิดจะจัดกิจกรรมใดๆอีก กรุณาแจ้งรายละเอียดจริงๆ ไม่ใช่ตอแหล มีลับลมคมใน โกหกกันหน้าด้านๆ แบบนี้ การกระทำแบบนี้ ต่อมนุษย์คนหนึ่งด้วยกันแล้ว ดิชั้นถือว่าเป็นการกระทำชั้นต่ำ ที่ดิชั้นไม่อยากจะด่าว่า เหี้ย เพราะว่ามันยังดีเกินไปค่ะ
ห้าง “ร้อยปี” ดิชั้นก็หวังว่าจะอยู่ไม่ถึง “ร้อยปี” หรอกนะคะ ถ้าหากคุณยังปฏิบัติตนเยี่ยงนี้แล้ว แม้แต่หายใจเฮือกเดียวก็ไม่อยากมีชีวิตร่วมอยู่กับคุณค่ะ
จริงๆแล้วยังมีรายละเอียดอีกมากที่ไม่สามารถ เอาลง ณ ที่นี้ได้ ผู้ใดต้องการดูหลักฐาน ที่ยืนยันได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงไม่ได้เป็นข่าวโคมลอย หรือคุยเพิ่มเติม หลังไมค์ได้ค่ะ ยินดีที่จะเมาท์อีกเยอะ
เจริญ(ลง)เลยค่ะ เรื่องนี้ อ่านละเซ็งแทนท่านสอ. อส. พอเดาได้นะว่าประกวดอะไร เห็นละอยากไซด์คิกคนจัดงานจัง เดี๋ยวนี้คนเรา"มักง่าย"ทำงานกันแบบเนี้ยอะนะ